|
เคทีบี ฟลีทการ์ด (KTB Fleet Card)
1. บัตรปตท.ฟลีทการ์ด (PTT) : ใช้สำหรับชำระค่าสินค้า/บริการ ได้เฉพาะที่สถานีบริการน้ำมันปตท.เท่านั้น
2. บัตรปตท. – บางจาก (PTTCB) : ใช้สำหรับชำระค่าสินค้า/บริการ ที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. และสถานีบริการ
3. บัตรบางจาก (BCP) : ใช้สำหรับชำระค่าสินค้า/บริการ ที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก เท่านั้น
4. บัตรบางจาก – ปตท. (BCPCB) : ใช้สำหรับชำระค่าสินค้า/บริการ ที่สถานีบริการน้ำมัน บางจาก และปตท.
บัตรเครดิตสำหรับหน่วยงานราชการ, รัฐวิสาหกิจ, นิติบุคคล ที่ธนาคารร่วมกับ บมจ.ปตท. และบมจ.บางจากปิโตรเลียม โดยธนาคารเป็นผู้อนุมัติเงินและออกบัตร เพื่อใช้ชำระค่าสินค้า/ บริการ ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. และ/หรือสถานีบริการน้ำมันบางจากทั่วประเทศ
สิทธิประโยชน์/จุดเด่น
- ด้านการเงิน และการควบคุมดูแลค่าใช้จ่าย
- เพิ่มสภาพคล่องให้หน่วยงาน, องค์กร,นิติบุคล โดยมีระยะเวลาชำระเงินได้สูงสุดถึง 55 วัน
- บุคลากรได้รับความสะดวก รวดเร็ว และลดความเสี่ยงของลูกค้าในการจ่ายสำรองเงินสด
- ลูกค้าสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายของรถแต่ละคันได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของงบประมาณค่าใช้จ่าย
- ด้านความสะดวก
- สามารถชำระค่าสินค้า/บริการ ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. และ/หรือ สถานีบริการน้ำมันบางจาก ที่มีเครื่องหมาย รับบัตรได้ทั่วประเทศ
- ได้รับใบบันทึกค่าสินค้า/บริการ โดยแสดงยอดเงินการใช้ พร้อมแสดงยอดวงเงินคงเหลือต่อเดือนของบัตร และใบกำกับภาษี จากเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติทุกครั้งที่ใช้บริการ
- ลดภาระ ความยุ่งยาก และซับซ้อนของงานด้านเอกสารการเบิกจ่ายเงิน โดยธนาคารจัดส่งใบแจ้งยอดการใช้จ่ายบัตรฟลีทการ์ด (Statement of Fleet Card Account) พร้อมรายงานการใช้จ่ายบัตร (Fleet Card Transaction Report, Fleet Card Management Report) ให้ลูกค้าทุกเดือน และสามารถตรวจสอบรายงานการใช้บัตร ใบแจ้งยอดการใช้จ่ายบัตรฟลีทการ์ด ได้ที่ KTB Corporate Online ผ่านเวปไซด์ WWW.KTB.CO.TH
- สะดวกในการชำระเงิน โดยวิธีหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ หรือชำระเงินสด หรือเช็ค ที่เคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทยได้ทุกสาขา
- ด้านความปลอดภัย
- บัตรแต่ละใบสามารถกำหนดให้เป็นบัตรประจำของรถแต่ละคัน โดยหน้าบัตรระบุชื่อหน่วยงาน องค์กร, นิติบุคคลยี่ห้อรถ หมายเลขทะเบียนรถ
- บัตรมีรหัสผ่าน (PIN) เช่นเดียวกับรหัสบัตร ATM เพื่อป้องกันการใช้บัตรโดยไม่ได้รับอนุญาต หากกดรหัสผิด 3 ครั้งต่อเนื่อง บัตรจะถูกล็อคทันที (สามารถแจ้งปลดล็อกบัตรโดยใช้บัตรในบเดิม) หรือใช้ลายมือชื่อเช่นเดียวกับการใช้บัตรเครดิตในการชำระค่าสินค้า/บริการ ณ สถานีบริการน้ำมัน
- สามารถกำหนดหน่วยการเติมน้ำมันเป็นบาท หรือลิตร ของบัตรแต่ละใบได้
- สามารถกำหนดประเภทน้ำมันของรถแต่ละคัน เช่น เบนซิน แก๊สโซฮอลล์ ดีเซล ไบโอดีเซล ก๊าซเอ็นจีวี เป็นต้น
- สามารถกำหนดจำนวนเงินหรือจำนวนลิตรของบัตรแต่ละใบในการใช้บัตรต่อครั้ง และ/หรือ ต่อวัน และ/หรือ ต่อสัปดาห์ และ/หรือ ต่อเดือน
เงื่อนไขการขอรับบริการ
- เป็นลูกค้ารายเดิมที่ใช้บริการบัตร KTC โดยเป็นลูกค้าดี ไม่มีประวัติค้างชำระหนี้บัตรที่ธนาคารให้บริการต่อจาก KTC
- เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีความสามารถในการชำระหนี้คืนธนาคารได้ หรือหน่วยงานราชการที่มีงบประมาณค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าสินค้า/บริการ
- เป็นหน่วยงานเอกชน ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้:
- ประกอบธุรกิจภายในประเทศ และดำเนินกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
- มียอดขาย หรือรายได้จากการดำเนินธุรกิจปีละไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน
- ตรวจสอบ Credit Bureau แล้วไม่มีประวัติเสียหาย และไม่มีประวัติการชำระหนี้ล่าช้าเกิน 30 วัน ในรอบ 12 เดือน ที่ผ่านมา
- มีความสามารถในการชำระหนี้คืนธนาคารได้
วงเงินสินเชื่อ
- ลูกค้ารายใหม่ที่มีความประสงค์จะสมัครใช้บริการ โดยลูกค้าจะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาสินเชื่อของธนาคาร ดังนี้
- ลูกค้าที่มีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าน้ำมันเป็นต้นทุนหลัก ที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ เช่น ธุรกิจให้บริการขนส่ง เป็นต้น ให้พิจารณาวงเงินสินเชื่อบัตร เป็นส่วนหนึ่งของ Working Capital เพื่อสำหรับใช้หมุนเวียนวงเงินหมุนเวียนสินเชื่อบัตร โดยให้ประมาณการวงเงินสินเชื่อบัตรสำหรับระยะเวลารวม 2 เดือน ทั้งนี้ สามารถพิจารณาให้วงเงินหมุนเวียนสำหรับบัตรเพื่อสำรองค่าน้ำมันที่มิใช่ค่าใช้จ่ายหลักของธุรกิจ เช่น ค่าน้ำมันรถประจำตำแหน่งของผู้บริหารหน่วยงาน ค่าน้ำมันรถส่วนกลางประจำหน่วยงาน เป็นต้น
- ลูกค้าที่มีเรื่องน้ำมันเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารและดำเนินงานที่มีค่าใช้จ่ายหลักในการดำเนินธุรกิจให้พิจารณาวงเงินหมุนเวียนบัตรตามความจำเป็นต้อง ใช้ในธุรกิจ สำหรับระยะเวลารวม 2 เดือน และวงเงินที่ให้ลูกค้าต้องไม่เกินร้อยละ 70 ของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของธุรกิจ
ลูกค้าที่เป็นหน่วยงานราชการ และลูกค้าที่เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ให้พิจารณางบประมาณค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าสินค้า/บริการของหน่วยงานนั้น โดยให้วงเงินสินเชื่อบัตรตามความจำเป็นต้องใช้ของหน่วยงาน สำหรับระยะเวลารวม 2 เดือน หลักประกัน
- ลูกค้าที่เป็นหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ยกเว้นไม่ต้องมีหลักประกัน
- ลูกค้าที่เป็นหน่วยงานเอกชน ที่มีวงเงินตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป หรือมีทุนจดทะเบียนน้อยกว่า 10.0 ล้านบาท ให้กรรมการ ผู้มีอำนาจลงนามของหน่วยงานค้ำประกันในฐานะส่วนตัว
- กรณีลูกค้ามีคุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ หรือไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ หากสมควรให้ลูกค้าใช้บริการบัตร ลูกค้า ต้องมีหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินอื่น เพื่อเป็นหลักประกันการให้ใช้บริการบัตรไม่น้อยกว่าวงเงินที่ธนาคารอนุมัติ หรือโอนสิทธิเรียกร้องในเงินฝากเป็นหลักประกันตามระเบียบธนาคาร
ระยะเวลาให้สินเชื่อ
- ธนาคารจะทบทวนวงเงินของลูกค้าเมื่อครบกำหนดทุก 12 เดือน โดยระบบงานจะตรวจสอบประวัติการใช้วงเงินสินเชื่อ บัตร หากไม่มีปัญหา หนี้ค้างชำระ ระบบงานจะดำเนินการต่ออายุวงเงินสินเชื่อบัตรออกไปอีก 1 ปี
อัตราค่าธรรมเนียมบัตร ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินบัตร
ประเภท |
บัตรปตท.ฟลีทการ์ด
|
บัตรบางจากฟลีทการ์ด
|
|
ค่าธรรมเนียมแรกเข้า
|
ยกเว้น
|
ค่าธรรมเนียมแรกเข้า
|
ยกเว้น
|
|
1 ด้านบัตร
|
ค่าธรรมเนียมรายปี
|
หน่วยงาน/องค์กร/นิติบุคคล จ่าย 300 บาท (ไม่รวม VAT)
|
ค่าธรรมเนียมรายปี
|
หน่วยงาน/องค์กร/นิติบุคคล จ่าย 400 บาท (ไม่รวม VAT)
|
|
ค่าธรรมเนียม ออกบัตรทดแทน
|
50 บาท / บัตร (ไม่รวม VAT)
|
ค่าธรรมเนียม ออกบัตรทดแทน
|
50 บาท / บัตร (ไม่รวม VAT)
|
|
2. การชำระล่าช้า
|
ดอกเบี้ย 15% ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 5%
|
เอกสารประกอบการสมัครใช้บริการ
กรณีลูกค้าที่ธนาคารให้บริการบัตรต่อจาก KTC
-
นิติบุคคล
- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม และของผู้แทนที่ได้รับการแต่งตั้ง
- หน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ
- หนังสือแจ้งความประสงค์ขอใช้บริการบัตร
- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ) และสำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ (ถ้ามี)
- หนังสือแต่งตั้งผู้มีอำนาจลงนาม และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ / เจ้าหน้าที่ ของรัฐวิสาหกิจ ของผู้มีอำนาจลงนาม และของผู้รับมอบอำนาจ
- สำเนาคำสั่งมอบอำนาจจัดซื้อ จัดจ้าง ของผู้มีอำนาจลงนามของหน่วยงาน (ถ้ามี)
- กรณีลูกค้ารายใหม่
หน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ
- หนังสือแจ้งความประสงค์ขอใช้บริการบัตร
- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ) และสำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ (ถ้ามี)
- กรณีหน่วยงานในกำกับของราชการ เช่น องค์กรมหาชน ให้มีหลักฐานการจัดตั้งองค์กร และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวพนักงานองค์กร ของผู้มีอำนาจลงนามผูกพันองค์กร
- หนังสือแต่งตั้งผู้มีอำนาจลงนาม สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ / เจ้าหน้าที่ของรัฐวิสาหกิจของผู้อำนาจลงนาม และของผู้รับมอบอำนาจ
- สำเนาคำสั่งมอบอำนาจจัดซื้อ จัดจ้าง ของผู้มีอำนาจลงนามของหน่วยงาน (ถ้ามี)
- หน่วยงานอื่น ๆ
- หนังสือแจ้งความประสงค์ขอใช้บริการบัตร
- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
- สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล
- สำเนาบัญชีธนาคาร (Statement) ย้อนหลัง 3 เดือน
- หลักฐานอื่นตามระเบียบธนาคาร
|